Professir's profileโ ล ก นี้ มี ป า ติ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    10/29/2007

    กรุ๊ปเลือด มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด

    กรุ๊ป A
    >พูดปลอบใจเขาดีๆ สิ่งสำคัญสำหรับคนกรุ๊ป A ที่แสนจะเงียบขรึมก็คือคำพูดปลอบใจอันหวานหเมื่อเขารู้สึกขมขื่นคุณควรจะอยู่ใกล้ๆเขาตลอดเวลาหรือโทรศัพท์ไปหาก็โอเคนะ
    >กรุ๊ป B
    >ใช้ยุทธวิธีให้ของขวัญ สำหรับคนกรุ๊ป B น่ะไม่ต้องไปปลอบใจเขาหรอกไม่จำเป็นเลย ดีไม่ดีจะไม่ชอบใจเอาเสียด้วยซ้ำถ้าคุณใช้วิธีซื้อขนมหรือของขวัญให้เขาจะได้ผลกว่านะ
    >กรุ๊ป AB
    >ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว มันเป็นเรื่องยากที่จะจับความรู้สึกของคนกรุ๊ป AB เวลาที่เขาเศร้าก็ชอบที่จะเศร้าเงียบๆคนเดียว ยิ้มให้เขาแค่นั้นก็พอแล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว
    >กรุ๊ป O
    > ฟังเมื่อเขาระบายความทุกข์ ดูภายนอกแล้วจะเป็นคนเข้มแข็งแต่ในความเป็นจริง คนกรุ๊ป O จะเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายเขารอคอยคนที่จะพูดว่า "ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีจ้ะ" ฟังเมื่อเขาระบายความขมขื่นกุมมือเขาไว้ด้วยก็ดีเขาจะได้รู้สึกอบอุ่น
    >
    >--------------------------------------------------------------------------------
    >
    >ทำอย่างไรให้เขาหายโกรธ
    >
    >--------------------------------------------------------------------------------
    >กรุ๊ป A
    >เจ้าคิดเจ้าแค้น ถ้าโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก้อหายยากเลยล่ะนี่แหละแบบฉบับความโกรธของคนกรุ๊ป A เพราะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่าพยายามยับยั้งเขาแต่ปล่อยให้เวลาช่วยคลายอารมณ์
    >กรุ๊ป B
    >โกรธได้ไม่นานก็ลืมแล้ว โกรธได้ไม่นานอย่าไปสนใจเลยถ้าคนกรุ๊ป B เกิดโมโหโทโสขึ้นมา ถ้าขืนไปใส่ใจมาก จะยิ่งไปกันใหญ่พยายามทำตามแบบเขาคือลืมๆไปซะยิ่งลืมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
    >กรุ๊ป AB
    >จัดการด้วยยาก ก้มหัวยอมเขาหน่อย คนๆนี้จัดการยากเป็นคนชอบความมีเหตุผลแต่ค่อบข้างเข้าข้างตัวเองที่เขาโกรธถึงขนาดนั้นแสดงว่าเขามีเหตุผลของเขาไม่ต้องจับเข่าคุยกันหรอกแต่ยอมก้มหัวขอโทษเขาเท่านี้ความมีน้ำโหก็จะคลายลง
    >กรุ๊ป O
    >พูดคุยกันรู้เรื่อง อธิบายด้วยเหตุผล์เป็นคนน่ากลัวเมื่อถูกทำให้โกรธแต่ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไรก็จะหายทันทีการอธิบายอย่างมีเหตุผลเป็นจุดสำคัญของคนกรุ๊ปเลือดนี้
    10/11/2007

    ข้อคิดดีอยากให้อ่าน

    เอนทรี่ นี้อาจจะไม่ตรงกับเรื่อง ad เท่าไร
    แต่เจอวิธีคิดแบบ positive thinking
    จาก forward mail มา อ่านแล้วดีทีเดียว
    เหมาะกับคนทำงาน (ขอโทษด้วย ที่ผมไม่รู้ทีมาว่าใครเขียน
    หรือ หากให้รู้ว่าท่านใดเขียนบทความต่อไปนี้
    คอมเม้นท์บอกกันได้นะคับ )

    และเหมาะกับ บลอคนี้ดี
    ที่ผมอยากให้บลอคนี้เป็น inspiration sharing blog

    เริ่มเลยดีกว่า

    กำลังใจให้กับคนทำงานในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
    วิธีคิดแบบ แยกเงินเดือนเป็น 4 ส่วน
    ผมเห็นเพื่อนๆ หลายๆ คนกลุ้มใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน

    ส่วนมากถ้าหางานใหม่กันได้ ก็ดีไป แต่ถ้าหาไม่ได้
    จะทำอย่างไรในเมื่อเราต้องทำงานนั้นอยู่แล้ว
    เรามีทางเลือกสองทาง

    1. คือ...ทำงานไปอย่างไม่มีความสุข

    2. หาวิธีทำงานไปอย่างมีความสุข หรือ ทุกข์น้อยลง

    ที่ผมจะเขียนนี้ จะเป็นกรณีของแบบที่สอง
    เรามาเปลี่ยนวิธีคิดกันดูซะหน่อย...
    เผื่อว่าเราจะได้ทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น
    เข้าใจโลกมากขึ้น และทุกข์ก็น้อยลง

    *** คิดซะว่า...ถ้าได้เงินเดือนมา
    ให้แยกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน
    และเงินแต่ละส่วน...บริษัทเขาจ้างให้เรามาทำงานตามแบบฉบับนี้

    1. เงินเดือนส่วนแรก เขาจ้างมาให้คุณรับฟังคำตำหนิ
    ต่อว่า ทนกับอารมณ์ของเจ้านาย

    2. เงินเดือนส่วนที่สอง เขาจ้างมาให้คุณรับฟังคำตำหนิ
    ต่อว่า ความจุกจิก งี่เง่า ของลูกค้า

    3. เงินเดือนส่วนที่สาม เขาจ้างมาให้คุณ
    รับฟังการติฉิน นินทา อิจฉา ริษยา งี่เง่า
    กักขฬะ ของเพื่อนร่วมงานบางคน

    4. เงินส่วนที่ 4 นี้เอง ที่เป็นเงินเดือน
    ที่เขาจ้างมาทำงานในหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบ

    ดังนั้น ถ้าเจอปัญหาเจ้านาย ให้ลองคิดดูว่า
    ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25%
    แล้วเจ้านายไม่บ่นว่า น่ะเอาไหม?

    ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25% ให้เจอลูกค้าแสนดี
    น่ะเอาไหม?

    ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25%
    ให้เจอแต่เพื่อนร่วมงานดีๆ น่ะเอาไหม?

    ลดไปลดมา ได้ทุกอย่างดีหมด
    แต่เงินเหลืออยู่แค่ 25% ของเงินเดือนปัจจุบัน
    คุณเอาไหม?

    ลองใช้วิธีคิดแบบนี้นะครับ เผลอๆ
    หลายคนอาจจะบอกว่า

    "อย่างนี้ให้เจ้านายด่าเพิ่มสองเท่า
    แล้วขึ้นเงินเดือนให้ฉัน 25% ก็เอานะ"

    "จิต" และ ความคิดคนเราเป็นเรื่องสำคัญนะครับ
    อย่าปล่อยเวลาในชีวิตให้ความคิด

    ของคุณเป็นลบ หรือคิดแต่ในแง่ร้าย

    ......... เพราะความคิดของคุณ
    ก็เหมือนฟิล์มภาพยนตร์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต
    คุณ คือ ภาพฉายที่ออกมาจากฟิล์ม
    หากคิดในแง่ร้าย คุณก็จะเจอแต่แง่ร้ายๆ
    *** ฟิล์มเป็นอย่างไร...ภาพที่ฉายก็ออกมาก็เป็นแบบนั้น!!

    คุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณไปสัมภาษณ์งาน แล้วคิดว่ายังงัยก็ไม่ได้ - แววหน้า สีหน้า

    ความกังวล และความมั่นใจ จะเกิดขึ้นทันที

    *** เห็นมั้ยล่ะครับ...ว่าทุกอย่างเกิดจากความคิดของตัวเราเองทั้งนั้น

    เพราะอย่างนั้นเรามามองเรื่องแย่ๆ ร้ายๆ ให้เป็นแง่บวกกันดีกว่า

    ... ผลดี ก็คือ สุขภาพจิตของเราเองนะครับพี่น้อง!!


    จบ... ใครที่ชอบยินดี ก๊อปไปส่งต่อได้เลยนะคับ
    หรือมาคอมเม้นท์หาว่าคุณมีวิธีคิด แบบนี้
    ด้วยวิธีการไหนบ้าง  มาแชร์กันได้นะคับ

    3/29/2007

    ช่ ว ง ล อ ง ทำ ล อ ง ใ ช้

     
     
     
     
     
     
     
     
     
    วัน นี้ พัก สาย ตา กับ หน้า กระดาษ ว่าง ไป ก่อน น้า ครับ